ข่าวสารบริษัท
16 ก.ย. 2563
กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จับมือ เอ็กโก กรุ๊ป และ ราช กรุ๊ป ลงนามสัญญา JDA พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกวางจิ 1 ในเวียดนาม
แชร์ไปยัง :

บริษัทในกลุ่ม กฟผ. ได้แก่ บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป และ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จับมือพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อน กวางจิ 1 สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยได้ร่วมกันลงนามสัญญา Joint Development Agreement (JDA) เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563

นายสันติชัย โอสถภวภูษิต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า "โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกวางจิ 1 เป็นโครงการที่ได้รับการผลักดันเชิงนโยบายและได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากทั้งรัฐบาลเวียดนามและรัฐบาลไทย รวมถึง กฟผ. มาโดยตลอด เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาโครงการอย่างเป็นรูปธรรม ที่สำคัญอย่างยิ่ง การร่วมมือกันของบริษัทในกลุ่ม กฟผ. ระหว่าง กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กโก กรุ๊ป และ ราช กรุ๊ป ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกวางจิ 1 จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี"

โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกวางจิ 1 ตั้งอยู่ที่อำเภอไห่ลาง จังหวัดกวางจิ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มีสัดส่วนการถือหุ้น ได้แก่ กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล 40% เอ็กโก กรุ๊ป 30% และ ราช กรุ๊ป 30% มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,320 เมกะวัตต์ (จำนวน 2 หน่วยๆ ละ 660 เมกะวัตต์) เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินประเภทซับบิทูมินัส ที่ใช้เทคโนโลยีแบบ Ultra-Supercritical ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity - EVN) ภายใต้สัญญาการซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการพัฒนา (Green-field) และการเจรจาสัญญาหลักของโครงการ โดยมีกําหนดการเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2568

นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป กล่าวว่า "โครงการกวางจิ 1 นับว่าเป็นโครงการโรงไฟฟ้ารุ่นแรก ๆ ของประเทศเวียดนาม ที่นำเทคโนโลยี Ultra-supercritical ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ สอดคล้องกับนโยบายของเอ็กโก กรุ๊ป ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจพลังงานอย่างยั่งยืน ด้วยความใส่ใจที่จะธำรงไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสังคม ตลอดจนการดูแลคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบโรงไฟฟ้า เอ็กโก กรุ๊ป จะนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จากการบริหารและก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนในต่างประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ มาสนับสนุนการพัฒนาโครงการกวางจิ 1 ร่วมกับ กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล และ ราช กรุ๊ป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความร่วมมือกันต่อไป"

ในขณะที่ นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ราช กรุ๊ป กล่าวว่า "การเข้ามาของ ราช กรุ๊ป จะช่วยเสริมให้การทำงานพัฒนาโครงการกวางจิ 1 ในมิติต่างๆ สำเร็จตามเป้าหมาย ตอบสนองความคาดหวังของรัฐบาลเวียดนามได้อย่างดีที่สุด ราช กรุ๊ป พร้อมทุ่มเทสรรพกำลังและความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อทำงานกับ กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล และ เอ็กโก กรุ๊ป พร้อมด้วยผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนทั้งไทยและเวียดนาม เพื่อให้การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกวางจิ 1 ในเวียดนาม เดินหน้าสำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจร่วมกันของกลุ่ม กฟผ. และเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนและพันธมิตรธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืนระหว่างกันในที่สุด"

แชร์ไปยัง :
ย้อนกลับ
ข่าวสารล่าสุด
ข่าวสารบริษัท
ราช กรุ๊ป ประสบความสำเร็จการออกหุ้นกู้สีเขียวมูลค่า 3,500 ล้านบาท หนุนเสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทน สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
นนทบุรี- บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน มูลค่า 3,500 ล้านบาท อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.94% ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2573
10 เม.ย. 2569
ข่าวสารบริษัท
NNEG เริ่มเดินเครื่องส่วนขยาย 28.75 MW ตอบสนองความต้องการและความมั่นคงด้านพลังงานแก่ภาคอุตสาหกรรม
บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด (NNEG) จัดพิธีเปิดการผลิตไฟฟ้าส่วนขยาย มูลค่าโครงการประมาณ 1,724 ล้านบาท โดยติดตั้งเครื่องยนต์ก๊าซ (Gas Engine) พร้อมอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง กำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิ 28.75 เมกะวัตต์ และความสามารถผลิตไอน้ำ 8 ตันต่อชั่วโมง
01 เม.ย. 2569
ข่าวสารบริษัท
ราช กรุ๊ป ประกาศกำไร 6,220 ล้านบาทในปี 2568 จัดสรรเงินปันผลผู้ถือหุ้น 3,480 ล้านบาท หุ้นละ 1.60 บาท กำหนดจ่ายวันที่ 22 พฤษภาคม ศกนี้
นนทบุรี- บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิ จำนวน 6,220 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เป็นจำนวน 15,322 ล้านบาท
27 ก.พ. 2569